Skip to Content

ตอนที่ 12: อนาคตของ Edge AI – เทรนด์และโอกาสในอีก 3–5 ปีข้างหน้า

หากย้อนมองบทความตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนที่ 11 จะเห็นว่า Edge AI ค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทจากแนวคิดเชิงเทคนิค ไปสู่เครื่องมือที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับการตัดสินใจในโรงงาน ร้านค้า เมือง และชีวิตประจำวัน คำถามสุดท้ายของซีรีส์นี้จึงไม่ใช่ว่า Edge AI คืออะไร หรือ ใช้อย่างไร แต่คือ Edge AI กำลังพาเราไปสู่สังคมแบบไหนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
16 มกราคม ค.ศ. 2026 โดย
Arun
| ยังไม่มีความคิดเห็น

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคม

บทนำ: จากเทคโนโลยีเฉพาะทาง สู่ “สามัญสำนึกดิจิทัล”

หากย้อนมองบทความตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนที่ 11 จะเห็นว่า Edge AI ค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทจากแนวคิดเชิงเทคนิค ไปสู่เครื่องมือที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับการตัดสินใจในโรงงาน ร้านค้า เมือง และชีวิตประจำวัน คำถามสุดท้ายของซีรีส์นี้จึงไม่ใช่ว่า Edge AI คืออะไร หรือ ใช้อย่างไร แต่คือ

Edge AI กำลังพาเราไปสู่สังคมแบบไหนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า Edge AI มีแนวโน้มจะกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็น” คล้ายกับไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ต เราอาจไม่พูดถึงมันโดยตรง แต่จะรู้สึกถึงผลลัพธ์ของมันในทุกการเคลื่อนไหวของระบบรอบตัว

เทรนด์เทคโนโลยี: เมื่อ Edge AI ได้แรงหนุนจากคลื่นลูกใหม่

5G + Edge AI: ความเร็วที่เปลี่ยนรูปแบบการตัดสินใจ

หนึ่งในตัวเร่งสำคัญของ Edge AI คือการมาถึงของ 5G และเครือข่ายสื่อสารความหน่วงต่ำ (ultra-low latency) 5G ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างต้องส่งไป Cloud เร็วขึ้นเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ Edge หลายจุดเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันแบบกระจาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายงานของ GSMA ระบุว่า การผสาน 5G กับ Edge AI จะเป็นหัวใจของระบบอัตโนมัติขั้นสูง เช่น ยานยนต์อัตโนมัติ โรงงานอัจฉริยะ และระบบแพทย์ทางไกล ที่การตัดสินใจต้องเกิดภายในเสี้ยววินาที (GSMA, 2023)

Neuromorphic Computing: เมื่อ Edge เรียนรู้แบบสมองมนุษย์

อีกเทรนด์ที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่มีศักยภาพสูง คือ Neuromorphic Computing ซึ่งออกแบบฮาร์ดแวร์ให้ทำงานคล้ายระบบประสาทของมนุษย์ ใช้พลังงานต่ำ และตอบสนองต่อเหตุการณ์แบบ asynchronous

สำหรับ Edge AI แนวคิดนี้หมายถึงอุปกรณ์ที่ “รับรู้และตอบสนอง” ได้โดยไม่ต้องประมวลผลทุกเฟรมหรือทุกข้อมูล งานวิจัยจาก Intel และ IBM ชี้ว่า neuromorphic chips สามารถลดพลังงานในการประมวลผล AI ลงได้หลายเท่า เหมาะอย่างยิ่งกับ Edge Device ที่มีข้อจำกัดด้านพลังงาน (Indiveri & Liu, 2015)

TinyML: AI ที่เล็กพอจะอยู่ทุกที่

TinyML คือการนำ Machine Learning ไปทำงานบนไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดเล็ก ใช้พลังงานต่ำมาก แนวคิดนี้ทำให้ Edge AI ไม่จำกัดอยู่แค่กล้องหรืออุปกรณ์ประมวลผลระดับสูง แต่สามารถฝังอยู่ในอุปกรณ์ราคาถูก เช่น เซนเซอร์ทางการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์สวมใส่

Harvard และ MIT ชี้ว่า TinyML จะเป็นกุญแจสำคัญในการขยาย AI ไปสู่ประเทศกำลังพัฒนา เพราะต้นทุนต่ำและไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน Cloud มากนัก (Warden & Situnayake, 2019)

Emerging Use Cases: เมื่อ Edge AI เข้าไปในพื้นที่ใหม่ของมนุษย์

Healthcare: การแพทย์ที่ใกล้ผู้ป่วยมากขึ้น

Edge AI กำลังเปลี่ยนการแพทย์จากระบบศูนย์กลาง ไปสู่การดูแลเชิงป้องกัน อุปกรณ์สวมใส่และเครื่องมือแพทย์ที่มี Edge AI สามารถตรวจจับความผิดปกติได้ทันที โดยไม่ต้องส่งข้อมูลสุขภาพทั้งหมดออกไปภายนอก ลดความเสี่ยงด้าน Privacy และเพิ่มความเร็วในการตอบสนอง

WHO ระบุว่า AI ที่ทำงานใกล้ผู้ป่วยจะมีบทบาทสำคัญในการรับมือสังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในประเทศที่บุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลน (WHO, 2022)

Agriculture: เกษตรแม่นยำในมือเกษตรกร

ในภาคเกษตร Edge AI ช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจจากข้อมูลหน้างานจริง เช่น ความชื้น ดิน โรคพืช หรือการเติบโตของพืช โดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา แนวทางนี้เหมาะอย่างยิ่งกับบริบทชนบทของไทย

FAO ชี้ว่า AI และ IoT ที่ทำงานแบบกระจายจะช่วยเพิ่มผลผลิตและลดการใช้ทรัพยากรได้อย่างยั่งยืน (FAO, 2021)

Space และพื้นที่ห่างไกล: เมื่อ Cloud อยู่ไกลเกินไป

แม้ฟังดูไกลตัว แต่ Edge AI ถูกใช้ในอวกาศแล้ว เช่น บนดาวเทียมและยานสำรวจ ที่ไม่สามารถส่งข้อมูลกลับโลกได้ทันที ระบบต้องตัดสินใจเอง ณ จุดเกิดเหตุ แนวคิดเดียวกันนี้กำลังถูกนำมาปรับใช้กับพื้นที่ห่างไกลบนโลก เช่น ป่า ทะเล หรือพื้นที่ภัยพิบัติ

การเตรียมตัว: ทักษะและวิธีคิดที่สำคัญกว่าภาษาโปรแกรม

อนาคตของ Edge AI ไม่ได้ต้องการแค่นักเขียนโค้ด แต่ต้องการผู้ที่เข้าใจ ระบบ ผู้ที่มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และบริบทสังคม ทักษะที่สำคัญจึงรวมถึง

  • การคิดเชิงสถาปัตยกรรม (system thinking)

  • ความเข้าใจด้านข้อมูลและจริยธรรม

  • การทำงานข้ามศาสตร์ระหว่างวิศวกรรม ธุรกิจ และนโยบายสาธารณะ

สำหรับสังคมไทย การพัฒนา Edge AI ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเทคโนโลยีล้ำที่สุด แต่เริ่มจากการแก้ปัญหาจริงในบริบทท้องถิ่น

บทสรุปปิดซีรีส์: Edge AI กับบทบาทใหม่ในสังคมไทย

Edge AI ไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา แต่เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ทำให้การตัดสินใจ “ใกล้ความจริงมากขึ้น” ซีรีส์ Edge AI Fundamentals นี้พยายามชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ โมเดล ระบบ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริง Edge AI คือการผสมผสานของเทคโนโลยีและความเข้าใจมนุษย์

คำถามสุดท้ายที่อยากทิ้งไว้ให้ผู้อ่านคือ

หาก AI สามารถคิดได้ใกล้กับผู้คนและปัญหามากขึ้น เราจะออกแบบมันให้รับใช้สังคมไทยในบทบาทใดได้บ้าง—การศึกษา สาธารณสุข เกษตรกรรม หรือการบริหารรัฐ?

คำตอบของคำถามนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ Edge AI ชิ้นถัดไปของคุณ

เอกสารอ้างอิง (References)

  • GSMA. (2023). 5G and Edge Computing: Enabling the next wave of innovation.

  • Indiveri, G., & Liu, S.-C. (2015). Memory and information processing in neuromorphic systems. Proceedings of the IEEE.

  • Warden, P., & Situnayake, D. (2019). TinyML. O’Reilly Media.

  • World Health Organization (WHO). (2022). Ethics and governance of artificial intelligence for health.

  • Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO). (2021). AI in agriculture.

Arun 16 มกราคม ค.ศ. 2026
แชร์โพสต์นี้
แท็ก
เก็บถาวร
ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อแสดงความคิดเห็น

อ่านต่อไป
ตอนที่ 11: Edge AI ในธุรกิจ Retail และ Smart City
หากโรงงานอุตสาหกรรมคือพื้นที่ที่ Edge AI ต้อง “แม่นยำและทนทาน” ธุรกิจ Retail และ Smart City คือบริบทที่ AI ต้อง “เข้าใจมนุษย์” และ “อยู่ร่วมกับสังคม” ได้อย่างแนบเนียน ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่อัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การออกแบบระบบให้ตอบโจทย์พฤติกรรม ความคาดหวัง และความไวต่อเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้คน Edge AI จึงมีบทบาทสำคัญ เพราะการตัดสินใจจำนวนมากใน Retail และเมืองอัจฉริยะ ไม่สามารถรอการประมวลผลจากศูนย์กลางได้ ทั้งด้วยเหตุผลด้านความเร็ว ต้นทุน และความไวของข้อมูล บทความตอนนี้จะพาไปสำรวจว่า Edge AI กำลังเปลี่ยนร้านค้าและเมืองอย่างไร พร้อมชวนคิดว่าบทเรียนเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้ในบริบทของประเทศไทยได้อย่างไร